อ่านสปอยล์ไม่ชัดอย่าเพิ่งเอะไปครับให้ คลิกขวาแล้วเลือก View Image ดูครับ เห็นชัดเจนตามภาพต้นฉบับแน่นอน...
ยินดีต้อนรับสู่ Mutoon Ver.2.5 สมัครสมาชิกและ Log in ให้เรียบร้อยนะครับเพื่อจะได้ไม่มีโฆษณา
อย่าทำตัวป่วนบอร์ด และปั่นกระทู้ ดับเบิ้ลโพสต์(โพสต์ติดกัน2อัน) มีโทษถึงแบน ตอนนี้โดนแล้ว1คน
เปิดรับบริจาคเงิน เพื่อจดโดเมน.com ครับ เป้าหมายที่ 20 $ ครับ รายละเอียดคลิกที่นี่
ตอนนี้ ทุกคนจะเห็นเหรียญประจำตัวสำหรับคนที่ไม่ได้ซื้อเป็นรูปลูกไก่นะครับ(สำหรับคนที่ไม่ได้ซื้อรูปอื่น)
ตอนนี้เปลีี่ยน Emoticon ในบอร์ดใหม่หมดแล้วนะครับ อันเก่าไม่รู้มันหายไปไหน

    เรื่องนี้ไม่ไร้สาระนะ !!!

    Share

    zzzmlaP
    Mutoon writer
    Mutoon writer

    โพสต์ทั้งหมด : 223
    ชื่อเล่น : Meylie
    เผ่า : กึ่งเทพ
    เข้าร่วม : 10/02/2009
    Mu Point : 1471
    H.P. :
    100 / 100100 / 100

    เรื่องนี้ไม่ไร้สาระนะ !!!

    ตั้งหัวข้อ by zzzmlaP on Tue Mar 10, 2009 12:10 am

    GAT
    ย่อมาจาก General Aptitude Test
    เป็นการทดสอบความถนัดทั่วไป เพื่อวัดศักยภาพของนักเรียนที่จะเรียนมหาวิทยาลัย โดยข้อสอบจะเน้นวิเคราะห์เป็นหลัก

    เนื้อหา
    -> การอ่าน เขียน คิดวิเคาระห์และการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 50%
    -> การสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ 50%

    ลักษณะข้อสอบ GAT จะเป็นแบบปรนัยและอัตนัย
    -> คะแนน 300 คะแนน เวลาสอบ 3 ชั่วโมง
    -> ข้อสอบเน้น Content Free และ Fair
    -> เน้นความซับซ้อน (Complexity) มากกว่าความยาก
    -> มีการออกข้อสอบเก็บไว้เป็นคลังข้อสอบ

    จัดสอบปีละ 3 ครั้ง (มีนาคม , กรกฎาคม, ตุลาคม )
    -> คะแนนใช้ได้ 2 ปี เลือกใช้คะแนนที่ดีที่สุด (สอบได้ตั้งแต่ม.4)


    ===================================================

    PAT
    ย่อมาจาก Professional Aptitude Test
    เป็นการสอบวัดความถนัดเฉพาะทางวิชาชีพ แบ่งเป็นทั้งหมด 6 ชุด ประกอบด้วย

    PAT 1 วัดศักยภาพทางคณิตศาสตร์
    -> เนื้อหา เช่น Algebra, Probability and Statistics, Conversion, Geometry, Trigonomentry, Calculus ฯลฯ
    -> ลัษณะข้อสอบ Perceptual Ability, Calculation skills, Quantitative Reasoning, Math Reading Skills

    PAT 2 วัดศักยภาพทางวิทยาศาสตร์
    -> เนื้อหา ชีววิทยา, เคมี, ฟิสิกส์, Earth Sciences, Environment, ICT ฯลฯ
    -> ลักษณะข้อสอบ Perceptual Ability, Sciences Reading Ability, Science Problem Solving Ability ฯลฯ

    PAT 3 วัดศักยภาพทางวิศวกรรมศาสตร์
    -> เนื้อหา เช่น Engineering Mathematics,Engineering Sciences, Life Sciences, IT ฯลฯ
    -> ลักษณะข้อสอบ Engineering Aptitude i.e. Multidimensional Preceptual Ability, Calculation Skills, Engineering Reading Ability, Engineering Problem Solving Ability

    PAT 4 วัดศักยภาพทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
    -> เนื้อหา เช่น Architectural Math and Sciences ฯลฯ
    -> ลักษณะข้อสอบ Space Relations, Multidimensional Perceptual Ability, Architectural Problem Solving Ability

    PAT 5 วัดศักยภาพทางครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์
    -> เนื้อหา เช่น ความรู้ในเนื้อหาภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมวิทยา มานุษยวิทยา สุขศึกษา ศิลปะ สิ่งแวดล้อม ฯลฯ
    -> ลักษณะข้อสอบ ครุศาสตร์ (Pedagogy), ทักษะการอ่าน (Reading Skills), ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการศึกษาของประเทศไทย การแก้ปัญหาที่เกิดจากนักเรียน ครู ผู้บริหารโรงเรียน ฯลฯ

    PAT 6 วัดศักยภาพทางศิลปกรรมศาสตร์
    -> เนื้อหา เช่น ทฤษฎีศิลปะ (ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์) ความรู้ทั่วไปทางศิลป์ ฯลฯ
    -> ลักษณะข้อสอบ ความคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ

    PAT 7 วัดศักยภาพทางภาษาต่างประเทศที่ 2
    -> เนื้อหา จะเป็นพื้นฐานการเรียนต่อ เช่น Grammar, Vocabulary Culture, Pronunciation Functions
    -> ลักษณะข้อสอบ Paraphasing, Summarizing Applying Concepts and Principles, Problem Solving skills, Critical Thinking skills, Questioning skills, Analytical skills

    ลักษณะข้อสอบ PAT
    - จะเป็นปรนัย และอัตนัย
    - เน้นความซับ ซ้อน (Complexity) มากกว่า ความยาก
    - มีการออกข้อสอบเก็บไว้ในคลังข้อ สอบ

    จัดสอบ
    - เมื่อนักเรียนอยู่ชั้น ม.6 โดยจัดสอบปีละ 2 ครั้ง
    - คะแนนใช้ได้ 2 ปี เลือกใช้คะแนนที่ดีที่ สุด

    ================================================

    Admission คืออะไร

    Admission คือ ระบบกลางการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ( Central University Admissions System: CUAS) หรือระบบแอดมิสชั่นส์กลาง ที่ใช้ทำการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาปีการศึกษา 2549 แทนระบบเอ็นทรานซ์ที่ใช้อยู่เดิม โดยมีองค์ประกอบเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครเข้าศึกษาใน มหาวิทยาลัยดังนี้

    1. ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า ( GPAX) ให้ค่าน้ำหนัก 10%

    2. ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ (GPA) 3-5 กลุ่มจาก 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยในปีการศึกษา 2549 ให้ค่าน้ำหนัก 20% ในปีการศึกษา 2550 ให้ค่าน้ำหนัก 30% และในปีการศึกษา 2551 ให้ค่าน้ำหนัก 40%

    3. ผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน ( Ordinary National Educational Test : O-NET) ประกอบด้วยกลุ่มสาระการเรียนรู้ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยในปีการศึกษา 2549 ให้ค่าน้ำหนักรวมไม่เกิน 35-70%, ในปีการศึกษา 2550 ให้ค่าน้ำหนักรวมไม่เกิน 30-60% และในปีการศึกษา 2551 ให้ค่าน้ำหนักรวมไม่เกิน 25-50%

    4. ผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง ( Advanced National Educational Test : A-NET) และ/หรือวิชาเฉพาะไม่เกิน 3 วิชา โดยในปีการศึกษา 2549 ให้ค่าน้ำหนักรวมไม่เกิน 0-35%, ในปีการศึกษา 2550 ให้ค่าน้ำหนักรวมไม่เกิน 0-30% และในปีการศึกษา 2551 ให้ค่าน้ำหนักรวมไม่เกิน 0-25%


    ทั้งนี้องค์ประกอบที่ 1 และ 2 จะต้องถ่วงน้ำหนักโดยผลสอบ O-NET เป็นรายบุคคลก่อนนำไปใช้ โดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติจะเป็นผู้จัดสอบ O-NET และ A-NET



    ================================================


    จำนวนที่เปิดรับ 110,586 รับตรง = 66,317 Admission = 44,269

    รับตรง = 60% ดังนั้น มาเตรียมความพร้อมก่อนสอบตรงดีกว่า

    การเตรียมความพร้อมและเทคนิคในการสอบตรง

    การสอบตรงในปัจจุบันประกอบด้วย 3 รูปแบบหลัก
    แบบที่ 1 ผ่านคุณสมบัติ -> สอบข้อเขียน -> สอบสัมภาษณ์ + ดู Portfolio
    แบบที่ 2 ผ่านคุณสมบัติ -> สอบข้อเขียน + O-NET, A-NET -> สอบสัมภาษณ์ + ดู Portfolio
    แบบที่ 3 ผ่านคุณสมบัติ -> สอบสัมภาษณ์ + ดู Portfolio

    คุณสมบัติ
    ในการสอบตรง มหาวิทยาลัยจะพิจารณานักเรียนที่มีคุณสมบัติและความสามารถตรงกับความต้องการ ของคณะหรือสาขาเพื่อที่นักเรียนจะประสบความสำเร็จในการเรียนและการทำงานต่อ ไป

    การสอบข้อเขียน
    ข้อสอบในการสอบตรงของแต่ละมหาวิทยาลัยนั้นจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับว่า โครงการนั้นต้องการนักเรียนที่มีความสามารถด้านใด เช่น สอบตรงนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยก็จะต้องการนักเรียนที่มีความสนใจด้านกฎหมาย มีความสามารถในการจับใจความ

    การสอบสัมภาษณ์
    โดยส่วนมากจะเป็นลักษณะการสอบสัมภาษณ์ทางวิชาการและการสอบสัมภาษณ์เพื่อ ประเมินความพร้อมและความสนใจในคณะหรือสาขา ของมหาวิทยาลัยนั้นๆ
    การสอบสัมภาษณ์ทางวิชาการ จะเป็นการถามตอบเชิงวิชาการ ลักษณะข้อสอบเหมือนข้อสอบอัตนัยโดยข้อสอบจะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับพื้นฐานใน การศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ดังนั้น นักเรียนต้องเตรียมพร้อมโดยศึกษารายละเอียดรายวิชาที่ต้องเรียนของคณะหรือ สาขานั้น
    การสอบสัมภาษณ์เพื่อประเมินความพร้อมความสนใจ จะเป็นการสอบเพื่อวัดความพร้อมและความสนใจของนักเรียนว่ามีความสนใจที่จะ เข้าเรียนมากน้อยเพียงไร คำถามที่มักพบบ่อยเช่น "ทราบหรือไม่ว่าคณะนี้เรียนเกี่ยวกับอะไร?"

    Portfolio
    อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญและนักเรียนจะต้องเตรียมไปในวันสอบสัมภาษณ์ คือ แฟ้มสะสมงานหรือ Portfolio ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยให้คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญ "คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ" ต้องเป็นผลงานที่เกี่ยวข้องกับคณะหรือสาขาที่เรากำลังจะไปสัมภาษณ์จึงจะดี ที่สุด

    ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

    ขอขอบคุณข้อมูลดีดีแบบนี้จาก : http://board.pecschool.net

    pikcolokung
    Mutoon Admin
    Mutoon Admin

    โพสต์ทั้งหมด : 449
    ชื่อเล่น : ปิคโกโร่
    เผ่า : กึ่งเทพ
    เข้าร่วม : 10/02/2009
    Mu Point : 2559
    H.P. :
    100 / 100100 / 100

    Re: เรื่องนี้ไม่ไร้สาระนะ !!!

    ตั้งหัวข้อ by pikcolokung on Tue Mar 10, 2009 12:20 am

    โอ้ว~~~ Gat Pat เคยได้ยิน+รู้มานิดหน่อยละ

    สงสัยจะยากน่าดู


    _________________
    Mutoon Shopping Mall คลิก



    "แค่ขอบคุณก็ไม่เสียเวลาหรอก"

      เวลาขณะนี้ Tue Dec 06, 2016 3:36 am